วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือนก่อนอ่อนแรงลง

จัดทำโดย นางสาวปวีณา โพธิ์บุญปลูก เลขทะเบียน4902100359 คณะบัญชี







กรุงเทพฯ 21 พ.ย.-บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดแจ้งว่าตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยเงินบาทในประเทศ (Onshore) แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือนก่อนอ่อนแรงลงในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทปรับตัวขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือนในช่วงต้นสัปดาห์เช่นเดียวกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่แถลงการณ์หลังการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกไม่ได้ระบุถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับกลไกตลาด
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐ ยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ จะทรงตัวที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท. ตลอดจนแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์สหรัฐของนักลงทุนที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางของหลายๆ ประเทศอาจพิจารณาใช้มาตรการควบคุมเงินทุน หลังจากที่บราซิลประกาศมาตรการภาษีเพิ่มเติมในส่วนของการลงทุนผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ โดยในวันที่ 20 พ.ย. เงินบาทขยับอ่อนค่ามายืนที่ระดับประมาณ 33.22 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ(ตลาดเอเชีย) ตามการปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ เทียบกับระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2552 ธนาคารพาณิชย์จะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ขณะที่ คงจะยังไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับร้อยละ 1.25 ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตามอง ได้แก่ ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-21 10:57:12




คำถาม

1.หลังจากที่บราซิลประกาศมาตรการภาษีเพิ่มเติมในส่วนของการลงทุนผ่านช่องทางใด

2.ในช่วงระหว่างวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2552 ธนาคารพาณิชย์จะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่ออะไร

3. อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับร้อยละ 1.25 ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตามอง ได้แก่ด้านใดบ้าง

6 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    1.ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ
    2.เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน
    3.ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.

    นางสาวสิรินุช สมบัติวิชาธร เลขทะเบียน 5002100592

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    1.ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ
    2.เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน
    3.ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.


    นาย พรหมมาศ แสงจง เลขทะเบียน 5002100434

    ตอบลบ
  3. คำตอบคือ
    ข้อ1. ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ
    ข้อ2. รองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ขณะที่ คงจะยังไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ
    ข้อ3. ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.

    นางสาวทัศนีย์ ศรีชาย เลขทะเบียน 5002110018

    ตอบลบ
  4. คำตอบคือ
    1.ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ
    2.เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน
    3.ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.

    นางสาวชลนิสา จงจิตร เลขทะเบียน 5002110021

    ตอบลบ
  5. ข้อ1.ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ

    ข้อ2.เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน

    ข้อ3.ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.

    นส.ทพัฒสร พลอยส่งศรี เลขทะเบียน 4902100516

    ตอบลบ
  6. ตอบ


    1.ผ่านช่องทาง ADRs ของนักลงทุนต่างชาติ
    2.เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน
    3.ปัญหาการเมืองในประเทศ ทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค และสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท.


    นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142

    ตอบลบ